คันจิคืออะไร เรื่องน่ารู้ก่อนสั่งงานแปลภาษาญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึงภาษาญี่ปุ่น หลายคนนึกถึงตัวอักษรที่ซับซ้อนคล้ายกับอักษรจีน นั่นคือ คันจิ แต่จริงๆ แล้วภาษาญี่ปุ่นมีตัวอักษรถึง 3 ระบบรวมกันอยู่ในข้อความเดียว บทความนี้จะพาท่านทำความรู้จักคันจิคืออะไร และทำไมความเข้าใจตรงนี้สำคัญต่อการ รับแปลภาษาญี่ปุ่น ให้ถูกต้อง

ระบบตัวอักษรญี่ปุ่น 3 ชนิด

  1. ฮิรางานะ (Hiragana) เป็นอักษรเสียงใช้เขียนคำไวยากรณ์ คำฟังก์ชัน และคำที่ไม่มีคันจิ มีรูปโค้งมน
  2. คาตาคานะ (Katakana) เป็นอักษรเสียงใช้เขียนคำที่ยืมจากต่างประเทศ ชื่อคน/สถานที่ และคำเลียนเสียง มีเหลี่ยมมุม
  3. คันจิ (Kanji) เป็นอักษรที่ยืมมาจากจีน ใช้แทนความหมายของคำ เช่น 日本語 หมายถึง ภาษาญี่ปุ่น

คันจิคืออะไร และมีที่มาอย่างไร

คันจิคือตัวอักษรที่มีความหมายในตัวเอง มาจากการยืมอักษรจีนเข้าสู่ญี่ปุ่นตั้งแต่ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 5 โดยแต่ละตัวมีทั้งเสียงอ่าน 2 แบบ คือ เสียงคุงโยมิ (อ่านแบบญี่ปุ่น) และ เสียงองโยมิ (เสียงแบบจีน) และมีความหมายผูกกับคำ เช่น 車 (รถ) 水 (น้ำ) 山 (ภูเขา) นักเรียนญี่ปุ่นต้องเรียนคันจิระดับ Jōyō ประมาณ 2,000+ ตัว และคนญี่ปุ่นเองยังต้องใช้คันจิตัวเดียวกันแทนคำที่มีความหมายต่างกันตามบริบท

ทำไมคันจิสำคัญกับงานแปล

การแปลเอกสารญี่ปุ่นให้ถูกต้องจำเป็นต้องเข้าใจคันจิในเชิงความหมายและบริบท ยกตัวอย่างตัวอักษรที่รูปร่างใกล้เคียงกันแต่ความหมายคนละอย่าง ถ้านักแปลไม่แม่นก็พลาดได้ เช่น (วัน/ดวงอาทิตย์) กับ (ตา/รายการ) หรือ (เห็น) กับ (หอย/ทรัพย์) ในโลกธุรกิจที่พลาดคำเดียวของสัญญาอาจมีผลทางกฎหมายตามมา เพราะฉะนั้นงาน แปลภาษาญี่ปุ่นเป็นไทย และ แปลภาษาไทยเป็นญี่ปุ่น ต้องใช้คันจิให้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ

คันจิกับความหมายหลายนัย

คันจิหนึ่งตัวอาจใช้แทนความหมายหลายอย่างตามคำประสม เช่น 生 อ่านได้หลายเสียงและหมายถึง ชีวิต/เกิด/ดิบ/ส่วนเกี่ยวข้อง ส่วน 上 หมายถึง บน/ขึ้น/ก่อนหน้า ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค นี่คือเหตุผลว่างานแปลคุณภาพต้องพึ่งนักแปลเจ้าของภาษา มิใช่การแปลเครื่องจักรทื่อๆ ที่ได้ความหมายผิดจากเจตนา

💡 ทำไมต้องแจ้งชนิดเอกสารให้ชัดเจน

เอกสารสัญญา คู่มือการใช้งาน หรือบทความการตลาด ล้วนเลือกใช้คันจิในระดับโทนต่างกัน การแจ้งจุดประสงค์การใช้งานของเอกสารให้เรา จะช่วยให้นักแปลเลือกคำและระดับความสุขของคุณภาพของงานได้ตรงความต้องการ


บทความที่เกี่ยวข้อง